11月10日
มาออกกำลังกายดีกว่า
| การหายใจลดความเครียด
|
|
|
การหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นวิธีที่ดีในการคลายความเครียด โดยเฉพาะเมื่อต้องการผ่อนคลายความเครียดอย่างรวดเร็ว เพราะสามารถทำได้ผลภายในเวลาเป็นวินาที นักจิตสรีรวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบการหายใจกล่าวไว้ว่า การหายใจให้ถูกวิธีเป็นการเพิ่มปริมาตรอากาศทุกลมหายใจเข้าให้มากกว่าการหายใจตามปกติ โดยการใส่ใจที่จะทำให้พุงป่องขณะหายใจเข้าและพุงยุบลงขณะหายใจออก เป็นการเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและมีผลเกิดความสงบและผ่อนคลายการใช้จินตนาการในขณะหายใจ ช่วยให้หายใจได้ลึกและช้ากว่าการหายใจปกติ ทำให้ได้ปริมาตรอากาศเข้าไปในปอดมากขึ้น |
โดยการหลับตาลงช้าหายใจเข้าช้าๆ จินตนาการว่าอากาศไหลวนผ่านจมูกเข้าไปในปอด หายใจออก จินตนาการว่าอากาศไหลวนจากปอดออกมาทางจมูก การหายใจเข้าออกถูกควบคุมด้วยส่วนของสมองที่แตกต่างกัน การหายใจเข้ามีผลในด้านตื่นตัว (excitatory effect) การหายใจออกมีผลในการยับยั้ง (inhibitory effect) เกิดความสงบ เพื่อให้เกิดผลนี้ ขณะหายใจเข้าให้พูดกับตัวเองว่า ฉันตื่นตัว ฉันพร้อมแล้ว ฉันเต็มไปด้วยพลัง ขณะหายใจออกให้คิดว่า ฉันผ่อนคลาย ฉันสบายดี ฉันควบคุมตัวเองได้ดี การเรียนรู้วิธีหายใจด้วยกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อการผ่อนคลายเป็นวิธีที่มหัศจรรย์ หากสามารถทำได้ถูกต้อง จะเห็นผลภายใน 4-5 ครั้งแรกของการหายใจ แต่วิธีนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ผู้ที่หายใจ 3-4 ครั้งแล้วยังไม่ผ่อนคลาย แสดงว่าไม่ได้ผล แนะนำให้ผ่อนคลายโดยใช้วิธีอื่น และไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ในผู้ป่วยบางโรค เช่น เบาหวาน โรคไต
Relaxation technique
Relaxation technique คือเทคนิคผ่อนคลายความเครียด สามารถทำโดยการคลายกล้ามเนื้อไล่ตั้งแต่ศีรษะลงมาจรดเท้า เรียกว่า progressive muscle relaxation ดังนี้
ความวิตกกังวลที่ผิดปกติ หรือวิตกเกินเหตุอาจทำให้เจ็บป่วย หรือทำให้โรคที่เป็นอยู่ทรุดลงได้
อาการ
- นอนหลับยาก
- วิตกกังวลต่อเนื่องตลอดเวลา กลัวว่าสิ่งเลวร้ายบางอย่างจะเกิดขึ้น
- มองสถานการณ์ต่างๆ ว่าจะเกิดผลเลวร้ายตามมา
- สมาธิไม่ดี การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
- ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจ
- ใจสั่น หายใจเร็ว
- ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายปัสสาวะบ่อย
- เหงื่อออกมาก มือสั่น
- เวียนศีรษะ หน้ามืด จะเป็นลม
- ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ กล้ามเนื้อตึง
- ชาตามตัว มือเท้าเกร็ง
- วิตกเกินเหตุเกี่ยวกับสุขภาพ กลัวป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้
(บางครั้งอาจเกิดอาการต่างๆ เหล่านี้รุนแรงทันทีทันใดโดยไม่มีส่าเหตุ มีอาการตื่นตระหนก เรียกว่า panic attack)
ภาวะแทรกซ้อน
- วิตกมาก มัวแต่กังวลพะวักพะวงจนไม่มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น แยกตัวอยู่กับบ้าน หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนและสถานการณ์ที่ทำให้กังวล
- ซึมเศร้า
สาเหตุที่พบบ่อย
- ไม่ทราบสาเหตุ
- ไม่รู้วิธีผ่อนคลายเมื่ออยู่ในสภาวะเครียด
- ไม่สามารถรับมือกันความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
- ได้รับการฝึกฝนหรือเตรียมตัวไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาและเมื่อต้องการการตัดสินใจ
การดูแลตนเอง
- เรียนรู้วิธีการผ่อนคลายต่างๆ เช่น การหายใจลึกๆ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำสมาธิ
- เรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียด
- ปรึกษาผู้รู้ เช่น นักจิตวิทยา
- พบแพทย์หากอาการรุนแรงและไม่ดีขึ้น
การบำบัดรักษา
- ให้คำแนะนำ
- รักษาด้วยยาคลายเครียด
- ส่งปรึกษาจิตแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today